BANNER

นโยบายการเงินอย่างยั่งยืน: สหภาพยุโรปเห็นชอบกฎหมาย Taxonomy หรือ กฎหมายการจัดหมวดหมู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม


 ข่าวต่างประเทศ      18 Aug 2020

  


เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ค.ศ. ๒๐๒๐ สภายุโรปได้เห็นชอบกฎหมาย Taxonomy ซึ่งจะเป็นกฎหมายหลักในการสนับสนุนนโยบาย European Green Deal ของสหภาพยุโรป การส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
กฎหมาย Taxonomy กำหนดให้มีการจัดทำ “Green list” หรือรายการหมวดหมู่ธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งจะเป็นระบบการจัดประเภทกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนกล่าวคือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในเชิงบวก เพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนกำหนดทิศทางการประกอบธุรกิจและใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืนมากขึ้น การใช้บังคับกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับการไปสู่เป้าหมายการสร้างสภาพภูมิอากาศที่เป็นกลาง (Climate Neutral) ภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ ของสหภาพยุโรป
กฎหมาย Taxonomy ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งกลไกคณะที่ปรึกษาด้านการเงินอย่างยั่งยืน (Sustainable Finance) ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชน ทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ทางเทคนิค ในลักษณะกฎหมายลำดับรอง (Delegated Acts) ซึ่งจะพัฒนาการจัดหมวดหมู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมต่อไป นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่คณะกรรมาธิการยุโรป ด้านการพัฒนาการจัดหมวดหมู่ธุรกิจดังกล่าวเพื่อให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์เพื่อความยั่งยืนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับนโยบายการเงินอย่างยั่งยืนด้วย
ในการนี้ นาย Valdis Dombrovskis รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ด้านเสถียรภาพทางการเงิน
การบริการทางการเงิน และตลาดทุน ได้กล่าวถึงการใช้กฎหมายดังกล่าวว่า “การประกาศใช้กฎหมาย Taxonomyถือเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนวาระสีเขียวของสหภาพยุโรป เป็นการสร้างระบบการจำแนกประเภทกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง และการจัดตั้งกลไกคณะที่ปรึกษาด้านการเงินอย่างยั่งยืนอย่างเป็นทางการจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการจัดหมวดหมู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและกำหนดทิศทางด้านการเงินอย่างยั่งยืนของสหภาพฯ ต่อไป”

กฎหมายการจัดหมวดหมู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมถูกนำเสนอโดยคณะกรรมาธิการยุโรปในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๑๘ และสภายุโรปได้เห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ค.ศ. ๒๐๒๐ ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการออกกฎหมายที่เกิดจากข้อตกลงทางการเมืองเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๙ โดยลำดับต่อไปคือการประกาศใน Official Journal ซึ่งกฎหมายจะมีผลใช้บังคับเมื่อครบ ๒๐ วันนับแต่วันที่ประกาศ หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการฯ จะออกกฎหมายลำดับรอง (Delegated Acts) ซึ่งประกอบด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะทางเทคนิคเพื่อกำหนดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจใดบ้างที่จะถือว่ามีวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมสำหรับเกณฑ์เกี่ยวกับการลดผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change mitigation and adaptation) จะกำหนดให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี ค.ศ. ๒๐๒๐ นี้  ส่วนหลักเกณฑ์เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอีก ๔ ประการ ได้แก่ การใช้และการปกป้องทรัพยากรน้ำและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) การป้องกันและควบคุมมลพิษ และการปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศจะเกิดขึ้นภายในปีถัดไป
ทั้งนี้ การจัดตั้งคณธที่ปรึกษาด้านการเงินอย่างยั่งยืนจะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีจำนวนสมาชิกทั้งหมด ๕๗ คน  ซึ่ง ๕๐ คนจะมาจากการคัดเลือกและแต่งตั้งจากบุคคลผู้มีความรู้และประสบการณ์จากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งจากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และสถาบันวิจัยที่เกี่ยวข้อง  และสมาชิกอีกจำนวน ๗ คนจะมาจากการแต่งตั้งโดยผู้บริหาร FISMA (Directorate-General for Financial Stability, Financial Services and Capital Markets Union) ซึ่งจะเป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ European Environment Agency (EEA) และ European Investment Bank (EIB) เป็นต้น
ที่มาข่าว - European Commission - Press release 18 June 2020
เข้าถึงได้ที่  https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_20_1112
 

© 2017 Office of the Council of State.